sakkapoom.blogspot.com

.......................................................
ผ่านทาง... สร้างประสบการณ์ ให้ชีวิต
ผ่านชีวิต... สร้างจิตสำนึก ต่อสังคม
ผ่านสังคม... มอบสิ่งดีงาม เอาไว้ให้
ผ่านไป... ชีวิตวางทางไว้เบื้องหลัง จะมีสักกี่ครั้งที่จะได้หันกลับไปมอง.


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธัมอักษร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธัมอักษร แสดงบทความทั้งหมด

29 ตุลาคม, 2557

ผู้เฝ้ามอง?



" คนเราตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์
เพราะไม่สามารถเปลี่ยนบทบาทตนเองจาก ผู้ทุกข์ 
ไปสู่การเป็น ผู้เฝ้าดูความทุกข์ ได้

...วิปัสสนาในตอนนี้ จึงมีความสำคัญมาก 
ในความหมายที่ว่า... 
เราคือผู้เฝ้าดูความทุกข์ที่เกิดขึ้น. "


พระชาย วรธัมโม
30/10/2557












ขอนำคำอธิบาย วิปสสนา จาก... 

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ 

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

เจริญวิปัสสนา ปฏิบัติวิปัสสนา, บำเพ็ญวิปัสสนา, 
...ฝึกอบรมปัญญาโดยพิจารณาสังขาร คือ รูปธรรมและนามธรรมทั้งหมดแยกออกเป็นขันธ์ๆ กำหนดด้วยไตรลักษณ์ว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

วิปัสสนา ความเห็นแจ้ง คือเห็นตรงต่อความเป็นจริงของสภาวธรรม;
ปัญญาที่เห็นไตรลักษณ์อันให้ถอนความหลงผิดรู้ผิดในสังขารเสียได้,
การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความเห็นแจ้งรู้ชัดภาวะของสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็น
(ข้อ ๒ ในกัมมัฏฐาน ๒ หรือภาวนา ๒)
ดู ภาวนา, ไตรลักษณ์

วิปัสสนาญาณ ญาณที่นับเข้าในวิปัสสนาหรือญาณที่จัดเป็นวิปัสสนามี ๙ อย่าง คือ
๑. อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ ญาณตามเห็นความเกิดและความดับแห่งนามรูป
๒. ภังคานุปัสสนาญาณ ญาณตามเห็นจำเพาะความดับเด่นขึ้นมา
๓. ภยตูปัฏฐานญาณ ญาณอันมองเห็นสังขารปรากฏเป็นของน่ากลัว
๔. อาทีนวานุปัสสนาญาณ ญาณคำนึงเห็นโทษ
๕. นิพพิทานุปัสสนาญาณ ญาณคำนึงเห็นด้วยความหน่าย
๖. มุจจิตุกัมยตาญาณ ญาณหยั่งรู้อันให้ใคร่จะพ้นไปเสีย
๗. ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ ญาณอันพิจารณาทบทวนเพื่อจะหาทาง
๘. สังขารุเปกขาญาณ ญาณอันเป็นไปโดยความเป็นกลางต่อสังขาร
๙. สัจจานุโลมิกญาณ ญาณเป็นไปโดยควรแก่การหยั่งรู้อริยสัจจ์



06 มิถุนายน, 2555

ยามเฒ่า...





" ยามเฒ่า...เข้าใจล้ำ ดั่งลูบคล่ำ...กระบี่

ทรัพย์เกียรตินี้ รบกวนชวน...ยิ้มหยัน."






อมตะธรรม โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

04 มกราคม, 2555

พระพุทธเจ้าคิดอะไร?



ผังความคิดเชิงระบบ " พระพุทธเจ้าคิดอะไร ? "


1. ชีวิตคืออะไร ? (The Five Aggregates)


ขันธ์ 5 

1. รูป (Corporeality) 
2. เวทนา (Felling/Sensation) 
3. สัญญา (Perception)
4. สังขาร (Mental Formation) 
5. วิญญาณ (Consciousness)


2. ชีวิตเป็นอย่างไร ?


ไตรลักษณ์ (Characteristic of Existence) 

อนิจจา-ไม่เที่ยง (Impermanence)

ทุกขตา- ภาวะบกพร่อง (Conflict) 

อนัตตา –ไม่มีตัวตนที่แท้จริง (Non – Self-Soulnessness) 



3. ชีวิตเป็นไปอย่างไร ?


ปฏิจจสมุปบาท :  อิทัปปัจจยตา  Conditionality 
อวิชชา  Innorance  
ความไม่รู้ทุกข์และทางแห่งการดับทุกข์
สังขาร  Mental Formation  
กายสังขาร : วจีสังขาร : จิตสังขาร 
วิญญาณ  Consciousness  
รับรู้ / รู้ตาม / ความรู้แจ้งทางอารมณ์ 
นามรูป  Animated Organ 
เวทนา / สัญญา / เจตนา / ผัสสะ / มนสิการ 
สฬายตนะ 6  Sense Base  
ตา / จมูก / ลิ้น / กาย / มโนวิญาณ 
ผัสสะ  Contact  
สัมผัส / กระทบ 
เวทนา  Felling / Sensation  
เกิดจากสัมผัส 
ตัณหา Craving 
รูป / รส / กลิ่น / เสียง / สัมผัส / ปรุงแต่งอารมณ์ 
อุปาทาน Clinging/attach 
กาม / ทิฐิ / สีลัมพตุ / อัตตา
ภพ Process become 
ภามภพ / รูปภพ / ก่อให้เกิด 
ชาติ Birth 
การปรากฏแห่งขันธ์ / การเกิด 
ชรามรณะ Decay& Death 
เสื่อมอายุ / ความสลายแห่งขันธ์ 




4. ชีวิตควรเป็นไปอย่างไร ? 


มิจฉาปฏิปทา ไม่เท่ากับ สัมมาปฏิปทา


กาลามสูตร
อย่าเชื่อเพราะ ...ฟังตามกันมา / ถือสืบต่อกันมา / คำเล่าลือ / อ้างตำรา / คัมภีร์ /อ้างตรรกะ / อนุมานเอา / ตรองตามเหตุผล / เข้ากับทฤษฏีตน / ผู้พูดน่าเชื่อถือ / ผู้พูดเป็นครู 


สัปปุริสธรรม ๗ 
รู้หลัก / รู้เหตุ / รู้ผล / ความมุ่งหมาย  / รู้ตน / รู้ประมาณ / รู้กาล / รู้ชุมชน / รู้บุคคล

โยนิโสมนสิการ 
๑. สืบสวนหาสาเหตุ 
๒. แยกองค์ประกอบ 
๓. รู้เท่าทันธรรมดา 
๔. คิดแก้ปัญหา/อริยสัจ ๔ 
๕. อรรถธรรมสัมพันธ์ 
๖. คุณโทษ/ทางออก 
๗. คิดถึงคุณค่าแท้/เทียม 
๘. คิดในแง่ดี 
๙. คิดให้เป็นปัจจุบัน




บรรณานุกรม


พุทธทาสภิกขุ 100 ปี ชาติกาล (2549)
กรุงเทพมหานคร : เจริญวิทย์การพิมพ์

ขอขอบคุณ ภาพทุกภาพ และ ผังบทความ
อนุโมทนา สาธุ





13 กุมภาพันธ์, 2554

เพราะฉันขัน... ตะัวันจึงขึ้น



โดย ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย 




ที่วัดเซนแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น มีไก่อยู่ครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้บริหารที่เก่งมาก กางปีกปกป้องภรรยาและลูกทุกตัว อยู่กันมาอย่างมีความสุข ทุกๆ เช้าเวลาตีห้า ไก่ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจะบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้ และโก่งคอขันเสียงก้องไปทั้งพงไพร ประมาณหกโมงเช้า พระอาทิตย์ก็จะอรุโณทัยฉายแสงขึ้นมาส่องแสงสว่างไปทั่วทั้งสากลโลก ไก่สี่ตัวนี้จะมีความสุขมากที่ได้ เห็นตะวันค่อยๆ ทอแสงสุขสว่างขึ้นมา เขาจะยืนชื่นชมแสงตะวัน และก็ยืนภาคภูมิใจว่า เพราะฉันขันตะวันจึงขึ้น มีความสุข นี่คือผลงานของฉัน

ทุกๆ เช้าไก่ตัวนี้ก็จะบินขึ้นมาเกาะกิ่งไม้ และเมื่อขันเสร็จแล้วก็รอดูตะวันขึ้นที่เหนือยอดเขา พอตะวันขึ้นเสร็จแล้วก็บินกลับลงมาหาอยู่หากินกับลูกกับเมีย เขามีความสุขมาก

ต่อมาวันหนึ่ง เนื่องจากตรากตรำภาระหนักเหลือเกิน ร่างกายทนไม่ไหวก็ป่วย เช้าตรู่วันนั้นไก่ตัวนั้นก็บินขึ้นไปเกาะกิ่งไม้ที่เดิม ขณะจะขันเพื่อเรียกตะวันขึ้นก็ร่วงตกลงมา รู้สึกไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง ลูกชายซึ่งเป็นไก่โต้งคนรุ่นใหม่ไฟแรงเดินเข้ามาประคองพ่อ 


“พ่อ ผมว่าถ้าพ่อขันไม่ไหว วันนี้ผมขันแทนเอาไหม”  

ไก่พ่อซึ่งเป็นซีอีโอ ก็ยืดอกขึ้นมาชี้หน้าลูก 

“น้ำหน้าอย่างแก ถ้าขันตะวันมันจะขึ้นไหม หัดดูเงาหัวตัวเองซะบ้างสิ” 

เจอผู้ใหญ่ดับฝันแบบนี้ลูกหัวหดเลย 

เช้าตรู่วันนั้นทั้งๆ ที่ป่วย ไก่ซีอีโอตัวนี้ก็บินขึ้นไปเกาะบน กิ่งไม้ และก็ขันครั้งสุดท้าย ขันได้ครั้งเดียว ตกลงมาดิ้นพราดๆ ก่อนจะขาดใจตาย เรียกประชุมผู้ถือหุ้นด่วน ทั้งภรรยาและลูกมากันครบ สั่งเสียว่า

“เธอที่รัก ลูกพ่อ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปพี่คงไม่มีชีวิตอยู่ต่ออีกแล้ว 

และจากนี้เป็นต้นไป พอพี่ไม่ขัน ตะวันก็จะไม่ขึ้น โลกก็จะเข้าสู่กลียุค 
ฉะนั้นขอให้เธอและลูกดูแลบริษัทของเราให้ดีๆ
ถ้าไม่มีพี่แล้วจะอยู่กันด้วยความยากลำบาก มนุษยชาติก็จะถึงคราววิบัติ ดูแลกันดีๆ นะที่รัก”

เสร็จแล้วก็ล่วงลับดับขันธ์ไป พร้อมกับความเข้าใจผิดว่า เพราะฉันขันตะวันจึงขึ้น หารู้ไม่ว่า วันรุ่งขึ้น พอไก่ตัวนี้ตายไปแล้ว ตะวันก็ยังขึ้นเหมือนเดิม
โลกดำเนินต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไก่ตัวนั้นไม่ได้นำเอาตะวันไปด้วยสักนิด
พระอาทิตย์ยังคงอุทัย พระจันทร์ยังคงทอแสง สายน้ำยังคงไหลเอื่อย
ดอกไม้ยังคงผลิบาน โลกนี้ยังคงมีข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
นกก็ยังมีข้าวปลาอาหาร คนต่างๆ ก็ยังคงทำงานต่อไปได้เหมือนเดิม



...................................

ฉะนั้น ผู้บริหารทุกคน เมื่อเราบริหารงานไปได้ระดับหนึ่งแล้ว
อย่าหลงตัวเองว่าองค์กรนั้นถ้าข
าดฉันแล้วไปต่อไม่ได้
ควรเตือนตัวเองเอาไว้บ่อยๆ ว่า ถ้าขาดฉันแล้วมันจะไปได้ดี
เพื่อจะได้ไม่หลงตัวเอง

ผู้บริหารจำนวนมาก ทันทีที่ประสบความสำเร็จก็ล้มเห
ลวในวันนั้น
เพราะทันทีที่ประสบผลสำเร็จก็เร
ิ่มหลงตัวเอง และนี่แหละคือจุดจบของผู้บริหาร
ฉะนั้นจำนิทานเรื่องนี้ไว้
วันหนึ่งถ้าเราประสบความสำเร็จ ก็อย่าไปหลงตัวเองว่าเราต้องเป็
นหนึ่งในตองอูเท่านั้น
จนไม่ยอมบริหารจัดการอำนาจความร
ับผิดชอบให้กับผู้อื่นเลย

ผู้บริหารที่ดีจึงไม่ใช่ผู้ที่แ
บกหนักที่สุด
ผู้บริหารที่ดีคือผู้ที่แบกหนัก
พอสมควร และกระจายภาระให้คนอื่นแบก 



............................................................
เพราะฉันขัน ตะวันจึงขึ้น
อย่าทำงานจนป่วยตาย อย่าหลงไหลตัวเอง 

16 กันยายน, 2552

สุภาษิตจีน

ในบางภาวการณ์ "เงิน" ก็ใช่ว่าจะมีค่าเสมอไป...

เงินตกใส่หญ้า....หญ้าก็ตาย
เงินตกใส่ทราย....ทรายก็ยังทรุด
เงินตกใส่มนุษย์....มนุษย์ไร้คุณธรรม

บทกวีจีน











ความอยากได้ ปิดหูปิดตาแม้กับคนที่มีเหตุผล
ก็ไม่ใช่เพราะความโลภดอกหรือ
ที่นำพา นก และ ปลา ให้ไปติดร่างแห

สุภาษิตจีน

10 สิงหาคม, 2552

เปลี่ยนแปลง-ห่วงไย




" เปลี่ยนเอ๋ย เปลี่ยนแปลง
เห็นแจ้งในชีวิตเป็นนิจหนอ...
กาลเวลา ผ่านไปไม่รั้งรอ
ใครจะขอให้คงที่...ไม่มีทาง "

*แบบเรียนศลีธรรมและหน้าที่พลเมือง ๒๕๒๓

.........................................


" ห่วงเอ๋ย...ห่วงไย ใบอ่อน
ตัวหนองกัดกิน แหว่งหวิ้น
ใบเก่า...ร่วงถมจมดิน
เปลี่ยนแปลงไปสิ้น...ห่วงไย "


* บันทึกเก่า...

25 ตุลาคม, 2550

หลวงปู่มั่น สอนธรรม



" คล้ายกับคน ไม่ใช่คน
ธรรม ไม่ใช่ธรรม ...ผลจึงไม่มี
ความจริง คนก็คือ คน
ธรรมก็คือ ธรรม อยู่นั่นเอง
แต่...คนไม่สนใจใน ธรรม
ธรรมก็ไม่เข้าถึงใจคน

...จึงกลายเป็นว่า
คนก็สักว่า คน
ธรรมก็สักแต่ว่า ธรรม อยู่นั่นเอง "

.........หลวงปู่ มั่น ภูริทัตต มหาเถระ.............

02 สิงหาคม, 2550

แมงมุม หลวงปู่ชา













" เราจะอยู่อย่างเก็บตัว...

เหมือน "แมงมุม" ที่เก็บตัวอยู่ในข่ายใยของมัน

ไม่ต้องไปไหน...

พอแมลงต่าง ๆ... (อารมณ์)

มาผ่านข่ายใย ...(อายตนะ)

ก็ทำให้สะเทือนถึงตัว...(จิต) รู้สึกได้

ก็ออกไปจับแมลง ...(อารมณ์)

ไว้ด้วยเขี้ยว ...(สติ)

...แล้วก็กลับไปอยู่ ที่เดิม ...(ปล่อยวาง)


* พระอาจารย์ หลวงปู่ชา (วัดหนองป่าพง อุบลฯ)

30 กรกฎาคม, 2550

อรหันต์ สอนธรรม


...ครองเพศ " บรรพชิต " นั้นแสนยาก

" ฆารวาส " วิสัยก็ลำบากเช่นกัน

" พระธรรม " อันคัมภีรภาพ ยากเข้าใจ

" โภคทรัพย์ " กว่าจะหามาได้ก็เหน็ดเหนื่อย

มีชีวิตไปเรื่อย ๆ อย่างสันโดษก็ยากเย็น

ฉะนี้ น่าจะเห็น น่าจะคิด " อนิจจัง "...

พระเชตเถระ
อรหันต์ครั้งพุทธกาล


.......................................

หลับตลอดราตรี...

คลุกคลีกับหมู่คนทั้งวัน...

คนโง่เขลา... เช่นนั้น

ไหนเลยจะพ้นทุกข์ เล่า...

พระนีตเถระ
อรหันต์ครั้งพุทธกาล