sakkapoom.blogspot.com

.......................................................
ผ่านทาง... สร้างประสบการณ์ ให้ชีวิต
ผ่านชีวิต... สร้างจิตสำนึก ต่อสังคม
ผ่านสังคม... มอบสิ่งดีงาม เอาไว้ให้
ผ่านไป... ชีวิตวางทางไว้เบื้องหลัง จะมีสักกี่ครั้งที่จะได้หันกลับไปมอง.


แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ A.แหลมร่ายคำ... แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ A.แหลมร่ายคำ... แสดงบทความทั้งหมด

22 ธันวาคม, 2556

ทะเลสาบ




" ขุนเขา...โอบกอด ทะเลสาบ
ทะเลสาบ...โอบอุ้ม ลำเรือ
เรือน้อย... ถักร้อย มิตรภาพ
มิตรภาพ... หยิบยื่น ความจริงใจ "

แหลม ศักย์ภูมิ
เขื่อนภูมิพล 
กันยายน 2531 



07 มิถุนายน, 2556

ยอม...





" ยอมก้มตัว อยู่ต่ำ
ยอมกระทำ เพื่อผู้ือื่น
ให้เขา เหยียบและยืน
ป่ายปีนขึ้น สู่ฟ้าไกล..."

คือชะตาผู้เสียสละ... คือภาระเพื่อชำระใจ...

แหลม ศักย์ภูมิ
20 ก.ค. 2554



18 กันยายน, 2553

ความไม่ต่าง...



กลับคืนสู่ธรรมชาติ อย่างเรียบง่าย 



กับคำถาม? ความแตกต่างระหว่างงานศพ
...ท่านพุทธทาส วัดธารน้ำไหล 
กับ 
...แม่ชีจันทร์ วัดธรรมกาย


เป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งกระทำอย่างสูง
     

         "ต่างกันที่ความคิด ต่างจริต ต่างเหตุผล
          ต่างวิุถี ต่างใจคน ต่างสังคม นิยมกัน
          ต่างที่วัสดุ เรียบง่ายหรือวิจิต ที่ต่างศิษย์ประดิษฐ์ผัน
          ชีัวิต ไม่ต่างกัน เกิดแล้วตาย "ใจ" ให้ถึงธรรม..."

-->
                          แหลม 9/8/53



ประกาศเกียรติเกริกก้อง กระเดื่องนาม


 

มองในแง่ธรรมแล้ว...ไม่ต่างกันเลย

ไตรลักษณ์
ล้วนแสดงสถาพธรรมให้ปรากฏ...

อนิจจัง      ไม่เที่ยง
ทุกขัง        เป็นทุกข์
อนัตตา      ไม่คงทน
ศรัทธาต่อครูบาอาจารย์ไม่แตกต่าง
หากมองในแง่ธรรมแล้ว...ไม่ต่างกันเลย
โลกธรรม ๘ 
ล้วนแสดงสภาพของธรรมให้ปรากฏ...

ได้ลาภ       เสื่อมลาภ
ได้ยศ        เสื่อมยศ
สุข          ทุำกข์
สรรเสริญ     นินทา


.......................................

13 กันยายน, 2553

เพียรวิจิต




เป็นความเพียร อันวิจิต                    
ผนึกความคิด จากจินตนาการ
เปลี่ยนเศษสิ่ง เป็นผลงาน             
สุดพิศดาร...ด้วยหาญกล้า

หากคนเรา เกียจคร้านที่จะคิด           
หากชีวิต หยุดมองไปข้างหน้า
สิ้นความหวัง,ฝัน ทิ้งวันเวลา             
ปล่อยชีวิต ดิ่งจมค่า ล้ากังวน

ไม่กล้าคิด ไม่กล้าทำ                      
กลัวกระทั่ง การเริ่มต้น
กลัวว่าบ้า หาว่าชอบกล                  
จักรกลคน คงทำได้แค่ อยู่ไปวันวัน

มองดินสอแท่งน้อยน้อย                 
ถูกเรียงร้อย อย่างสร้างสรรค์
มองชีวิต ไม่ต่างกัน                       
กล้าที่จะฝัน มุ่งมั่นเถิด เกิดผลงาน.

                                                         
แหลม – ศักย์ภูมิ
18/58/2553
                                                             18/8/53

10 มิถุนายน, 2553

แม่ธรรมชาติ



สีสรรที่ปรุงแต่งโดยธรรมชาติ
รูปลักษณ์ที่ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
ช่างงดงาม ช่างสร้างสรรค์ ...

โลกคือแม่แห่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่...
มนุษย์...ทำอะไรได้งดงามป่านนี้อีกหรือไม่ ?
นอกจากตักตวงเอาประโยชน์จาก "แม่" ไม่รู้จักพอ
ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยคำว่า "อารยะ"

มีเพียงบางบทบาทของมนุษย์ชาติ ...
เท่านั้นที่จะทำให้โลกใบเล็ก ๆ นี้
จะดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณค่าต่อต่อไป
เมื่อพวกเรามอบ ความรัก ความเอื้ออารีย์ต่อกัน
ให้ทั้งคน สัตว์ และสรรพสิ่งรอบตัว

...คืนความสมดุลย์ให้กับธรรมช่าติ
แล้ว"แม่"จะคืน "ชีวิต" ให้กับโลกเช่นเดิม.


แหลม ศักย์ภูมิ
กันยายน 2553



03 ธันวาคม, 2552

เพรียกไผ่ เพียงออ



๑." เพียงออ เพียงขลุ่ยไม้ เพียงเรา
เพียงไผ่ เพียงใจเหงา ค่ำนี้

๒. เพรียกไผ่ เพียงแผ่นเบา โหยอ่อน
เพียงลมเจ้าผัดผ่าน วันวาน บ่ หวลคืน
...เย็นแลเย็นยะเยือก ผิวกาย เจ้าเอย
เหน็บหนาวร้าวจิตไร้ ความหมาย

๓. วันเปลี่ยน ใจเปลี่ยนไป สุดหยั่ง
ดั่งเพลงเพียงออแว่ว เพรียกแล้ว เลือนหาย "



เพียง เพียงออ, รุ่งนภา เกตุดาว
ฤดูหนาว ปลายปี ๒๕๓๐



........................................
* เมื่อเพื่อนของผม ส่งบทกวีบทนี้มาให้ผม
จำได้ว่า ผมเป็นคนแต่งขึ้นในสองบรรทัดแรก (๑)
พยายามจะแต่งให้เป็นโคลงสี่สุภาพ นานมาแล้ว
...แต่อีกสี่บรรทัดถัดมา (๒)ผมไม่รู้ว่าใครแต่งต่อ
เพื่อนผมให้ผมทาย ?...
และพร้อมกับขอร้องให้ผมแต่งให้จบ...เป็นการยากมาก
ที่คนสองคนจะเชื่อมต่อความรู้สึก,อารมณ์ ในบทกวีชิ้นเดียวกันได้

...ผมพยายามอยู่หลายวัน ที่จะเชื่อมอารมณ์กับใครคนนั้น
และคิดไปถึงคนที่แต่งบทกวีต่อจากผมด้วย (อาจเป็นพี่เสี้ยวจันทร์)
เขาคิดถึงอะไร รู้สึกอย่างไร ในคำที่เขากลั่นออกมา

ผมได้สองบรรทัดสุดท้าย และจบบทกวีข้ามปีนี้ด้วยความอาดรู
"รุ้ง" หญิงสาวที่ ดวงตาของเธอยิ้มได้...
(เสี้ยวจันทร์ เคยบอกแบบนั้น)ไม่รู้อะไรทำให้คิดไปถึงเธอ
ผมตอบคำถามได้ถูกต้อง และได้บทกวีชิ้นงามนี้ขึ้นมา
อยากให้ รุ้งนภา ได้อ่านฉบับสมบูรณ์นี้จัง ...เธอคงชอบ.


07 พฤศจิกายน, 2552

บทกวีชมดาบ "บ้านขุนศึก"


...งามคมบาง งามเงา เจ้าวาววับ
งามกระชับ ด้ามจับ รับทุกส่วน
งามอารมณ์ กลมกลึง กลีบบัวนวล
งามอบอวล งามอดีต ...ศาสตร์ศิลป์ไทย

...ใจเอย ใจ ใคร่อยากจับดาบตวัด
ใบดาบตัด แหวกลมพริ้ว อยู่ไหวไหว
ตวัดวน พลิกย้อน สอดคล้องใจ
สามขุมคุมหลักไว้ ให้มั่นคง

...มือหนึ่งกราย มือหนึ่งถือกุมด้ามดาบ
จิตคือดาบ ดาบคือกาย อย่าไหลหลง
คุมวิชา คุมอาวุธ ยุทธ์ยืนยง
สืบดำรง ทั้งงานช่าง ทั้งงานเชิง.




"แหลม หนามทุเรียน"
19 ก.ย. 2552

10 สิงหาคม, 2552

ความสุข...



" ความสุข... 
มีแค่ มาก หรือ น้อย

ความสุข... 
ไม่มีกาลเวลา
จะสิบปี หรือ สิบนาที
...ไม่สำคัญ

ขอเพียงช่วงเวลานั้น
หัวใจคุณรับรู้
ความสุขที่แท้จริง
เอาไว้ได้...

...แล้ว
ความทรงจำ
จะซึมซับ
ความสุขนั้น
ให้คงอยู่ ตลอดไป...

...ความรัก
อาจเป็นส่วนหนึ่งของ ความสุข
แต่... แม้จะขาดความรัก
ความสุข ก็หล่อเลี้ยงตัวเองได้
ด้วย ...ความสุข "


แหลม ศักย์ภูมิ 
29.5.52

*แด่...ความสุขเล็กๆ ของ " เคที่ เคิร์กแพททริค " 
เจ้าสาวผู้เป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย... 

และเธอจากไปอย่างสงบ หลังแต่งงานได้เพียง 5 วัน.


















http://www.youtube.com/watch?v=AmRBRbxudJo

http://bop.nppa.org/2006/still_photography/winners/OES/67966/134497.html

กก...กอด





"...เฝ้ากก กอดไว้ ค่ำเช้า

เผื่อน้ำ เผื่อข้าว สืบสังขาร

ตรองใจ ในธรรมอยู่นาน...

(บัดนี้)...เราไม่ต้องการแล้ว "ซาก" นี้..."



เพียง เพียงออ
(แหลม ศักย์ภูมิ)
25/4/2536





*  ...พิํีธีปลงศพแบบเรียบง่ายของธิเบต ...คืนทุกสิ่งกลับคืนสู่แม่ธรรมชาติ  พุทธปรัชญาธิเบต
สาธุ  เมื่อเห็นทุกข์ในสังขาร  ก็เห็นธรรมในกายสังขาร


16 กุมภาพันธ์, 2552

จันทร์เสี้ยว






" คืนจันทร์เสี้ยวบาง...
ทะเลงามสงบ
ฉันนั่งอยู่ที่นั่น...
หาดทรายสี ขาว ขาว...นวล นวล
มีเพียงคำว่า..."คิดถึง"
ซึ่งเขียนขึ้นจาก รอยทราย "



เพียง เพียงออ
หาดป่าช้า เกาะเสม็ด ๒๕๒๘"



...เขียนให้กับความรักเมื่อวัยหนุ่ม
ทั้ง ๆ ที่เวลานั้นไม่รู่ว่า ความรักคืออะไร?...
รู้เพียงแต่...
ความรู้สึกภายในใจได้แต่คิดถึง...
เธอคนนั้น คนที่ฉันไม่เคยบอก "