sakkapoom.blogspot.com

.......................................................
ผ่านทาง... สร้างประสบการณ์ ให้ชีวิต
ผ่านชีวิต... สร้างจิตสำนึก ต่อสังคม
ผ่านสังคม... มอบสิ่งดีงาม เอาไว้ให้
ผ่านไป... ชีวิตวางทางไว้เบื้องหลัง จะมีสักกี่ครั้งที่จะได้หันกลับไปมอง.


31 พฤษภาคม, 2552

เติมน้ำให้ชุมชน ๑.



ข่าว โครงงาน "เติมน้ำให้ชุมชน"

หลังจากที่ได้รวบรวมปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านแล้ว ผมและอ.โหน่ง ได้เดินทางไปที่ ต.วังสมบูรณ์ สระแก้ว เพื่อส่งมอบ โอ่งน้ำตามโครงวงานกันครับ

โดยมี คุณจำเนียน เกตุสุวรรณ และคณะญาติธรรมเจ้าของพื้นที่ ได้ตระเวนพาพวกเราไปยัง โรงเรียน และวัด ที่ได้มอบโอ่งให้ โดยได้ออกไปสำรวจดูความต้องการของชุมขนจริง ๆ แล้วจึงคัดเลือกให้ตามความเหมาะสม โรงเรียนบางแห่งไม่มีงบประมาณ หรือรอเบิกงบมาใช้จัดหาโอ่งน้ำแทนของเก่าที่ชำรุด และวัดทั้งสองแห่งที่คณะฯได้ไปพบ พระท่านไม่มีน้ำกิน มีแต่บ่อน้ำที่ใช้อาบ ต้องไปขอชาวบ้านเป็นครั้งคราว จึงถือเป็นกุศลอย่างยิ่งสำหรับพวกเราที่ได้มอบโอ่งน้ำกินให้พระท่าน ซึ่งต้องขอขอบพระคุณ น้าจำเนียร เกตุสุวรรณ และญาติธรรม มา ณ ที่นี่ด้วย






น้าเนียน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เจ้าของพื้นที่ครับ






-โรงเรียนที่ได้รับบริจาคโอ่งน้ำ

1.โรงเรียนบ้านไพจิตรวิทยา ต.วังสมบูรณ์ ... 10 ใบ









2.โรงเรียนบ้านซับเกษม ต.วังสมบูรณ์ ... 10 ใบ










3.โรงเรียนบ้านแก่งสะเดา ต.ตาหลังใน ... 10 ใบ










4.โรงเรียนวังจระเข้ ต.ทุ่งมหาเจริญ ... 11 ใบ












-วัดที่ได้รับมอบโอ่งน้ำ

1.สำนักสงฆ์สาริกาธุดงคสถาน ต.ตาหลังใน ... 4 ใบ










2.วัดการุณามาศนาคี ต.วังสมบูณ์ ... 6 ใบ










รวมยอดค่าใช้จ่าย โอ่งน้ำ+ฝา+ก็อกน้ำ 55 ใบ ... (55*715).................... 39,325 บาท

*โอ่งน้ำอีก 4 ใบ ยังอยู่ในส่วนของการติดต่อวัดหรือโรงเรียนอยู่

***********************************************************
-วัดเจริญราษฎร์บำรุง ต. สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

เป็นเงินที่ได้บริจาค และเงินที่โอนผ่านบัญชี ... (13,200+700)............ 13,900 บาท





*โดยมอบให้คุณบี๋ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดสร้าง ทางคณะฯจะติดตามข่าวสารมาเสนอต่อไปครับ











คุณบี๋ ขณะร่วมหล่อพระพุทธรูปองค์ใหญ่ วัดสำนักสงฆ์บ้านไร่จิตศรัทธาธรรม อ.ท่ามะกา กาญจนบุรี
ซึ่งในงานดังกล่าว ผม และ อ.โหน่ง พร้อมทั้งคณะฯ ก็ได้ไปร่วมงานหล่อพระในครั้งนี้ด้วย

----------------------------------------------------------------------
สรุปยอดรวมบริจาค
ยอดบริจาค ค่าโอ่ง+ฝา+ก๊อกน้ำ และ ค่าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ
โอนงวดที่ 1 วันที่ 29/3/09 ............... 28,700
โอนงวดที่ 2 วันที่ 25/5/09 ............... 7,800
โอนงวดที่ 1 วันที่ 25/5/09 ............... 13,200
โอนงวดที่ 3 วันที่ 01/6/09 ................ 3,760
ยอดรวม......................................... 53,460













..................................................................
สรุปยอดรวมค่าใช้จ่าย

ค่าโอ่ง+ฝา+ก๊อกน้ำ 55 ใบ *715 บาท .............. 39,325
ค่าวัสดุอื่นๆ ..................................................... 235
ค่าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ วัดเจริญราษฎร์บำรุง ......... 13,200
ร่วมบริจาคค่าอ่างเก็บน้ำ *เพิ่มเติม ........................ 700
ยอดรวม....................................................... 53,460


*หมายเหตุ
จากการที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคมาเพิ่มเติม หลังวันที่ 28 /5/52 ทางคณะผู้ดำเนินงานได้นำไป จัดซื้อโอ่งน้ำเพิ่มเติมอีก 4 ใบ และนำเงินบางส่วนเข้าร่วมทำบุญสร้างอ่างเก็บน้ำฯ แล้ว โดยจะติดต่อโรงเรียนหรือวัดที่ต้องการในโอกาสต่อไป.


ทางคณะผู้ริเริ่มโครงงาน "เติมน้ำให้ชุมชน" ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับท่านผู้มีจิตศรัทธาที่ได้ร่วมบริจาค โอ่งน้ำ และ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อชุมชน ในครั้งนี้ ด้วยกุศลผลบุญที่กระทำอย่างเต็มกำลังทรัพย์ กำลังกายในครั้งนี้ ขอให้ทุก ๆ ท่าน ได้รับผลแห่งความชื่นเย็นในจิต มีความสุขด้วยธรรมอันเป็นทิพย์ สมดั่งที่ท่านตั้งความปรารถนาเทอญฯ.........สาธุฯ









หนังสือขอบคุณจากหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับโอ่งน้ำครับ

21 พฤษภาคม, 2552

เริ่มโครงงาน เติมน้ำให้ชุมชน

โครงงาน " เติมน้ำให้ชุมชน "



...มูลนิธิมวยไทยไชยา และคณะศิษย์ ขอเชิญร่วมทำบุญโอ่งน้ำ+อ่างเก็บน้ำ โดยจะนำรายได้นั้นมาจัดทำโครงงาน ฯ เพื่อบริจาคโอ่งน้ำ และสบทบทุนสร้างอ่างเก็บน้ำ โรงเรียนและวัดในเขตจังหวัดสระแก้ว และ จังหวัดนครปฐม

...งานนี้เป็นการบอกบุญกันปากเปล่าในหมู่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงที่ทำงาน คนที่เคารพนับถือ และคณะศิษย์มวยไชยา "บ้านครูแปรง" กันเป็นส่วนใหญ่ครับ ไม่มีการแจกซอง ฏีกา ผ้าป่า หรือตั้งกองกฐิน แต่อย่างใด (ประหยัดไปเป็นค่าโอ่งได้หลายใบครับ)

...ค่าโอ่งลดราคาเหลือใบละ 600 บาท รวมค่าฝาโอ่งและค่าหัวก๊อก ก็ประมาณ 715 บาท

...สถานที่บริจาค (อยุ่ระหว่างการติดต่อประสานงานกับผู้ใหญ่ในพื้นที่ แล้วจะแจ้งชื่อภายหลังครับ)

๐ 2 วัดป่า ที่จำเป็นต้องใช้โอ่งน้ำกินมาก .... 10 ใบ

๐ 3 โรงเรียน ที่ขาดแคลนโอ่งน้ำกิน ........... 51 ใบ

๐ 1 วัดเจริญราฏษบำรุง ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
เป็นสมทบทุนสร้างอ่างเก็บน้ำขนาด จุน้ำ 30,000 ลิตร (*เพิ่มจากเดิม 20,000 ลิตร)
(ซึ่งน้ำนี้จะใช้ทั้งพระ และชาวบ้านในละแวกวัดอีกด้วยครับ)

..............................................................


" น้ำหยด... ที่ละหยาด
ยังเติมเต็ม ภาชนะ ได้
น้ำใจ...คนละเล็กละน้อย
ย่อมสร้างประโยชน์ให้สังคมได้เช่นกัน "



สรุปโครงงาน "เติมน้ำให้ชุมชน" รายชื่อผู้บริจาคและจำนวนเงินบริจาคครับ

รายชื่อผู้บริจาค โครงการ โอ่งซีเมนต์ใส่น้ำกิน บริจาครอบแรก ( โอ่งซีเมนต์ 40 ใบ)

คุณบุรินทร์ สุขพิศาล 700
คุณพิมพ์พร โสววัฒนกุล 700

คุณมณีรัตน์ สุขพิศาล 700

คุณสัญชลา พรพิทักษ์เทพกิจ 700

คุณทศพล+คุณกฤตย์+ธนพล พรพิทักษ์เทพกิจ 700

คุณลิ้ม แซ่โกว 700

คุณอัณชนาพร โสววัฒนกุล 700

คุณพรพงษ์ + คุณวิชชุดา โสววัฒนกุล 700

คุณพชรพร โสววัฒนกุล 700

คุณสุจีวรรณ กลิ่นเอี่ยม 700

คุณกิตติ งามเลิศสิริกุล 700

คุณสวิง มั่นคง 1,400

ทีมผู้จัดทำหนังสือ “ กินน้ำแล้วดวงดี” 19,600


รวมยอดเงินบริจาค 28,700 บาท (สรุปยอด วันที่ 6 เมษายน 2552)

------------------------------------------------------

รายชื่อผู้บริจาครอบที่สอง ( โอ่งซีเมนต์ + อ่างเก็บน้ำ )


มูลนิธิมวยไทยไชยา และคณะศิษย์ 3,680

คุณอุทัย จิตตำนาน 1,700

คุณพงศ์ (ครีเอทีฟ ) 300

คุณณรงค์ โชคพิบูลย์การ 700

ทีมผู้จัดทำหนังสือ “ กินน้ำแล้วดวงดี” 2,000

ครูแหลม + ครอบครัว 2,200

คุณหลี 500

อ.ธาวัลย์ + คุณณัฐพล 1,000

คุณแอน HI5 400

ยิ่ง และ ครอบครัว 2,200

คุณนันท์ 100

ป้าฟองคำ 200

พี่สม 110

คุณคชานุพงษ์ 110

คุณเบญ 700

คุณกิตติ งามเลิศศิริกุล 1,000

คุณพี่ศักดิ์ + ครอบครัว 2,100

หมอวีรยศ เตชะเสน 2,000

คุณตุ๊ก + อ.หมู ชัยภูมิ 600

ร้าน วิวัฒภัณฑ์ ชัยภูมิ 600

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 360

คุณงามจิต ชัยภูมิ 200

คุณนกกระจิบ น้ำยืน 2,000

รวมยอดเงินบริจาค 24,760 (สรุปยอดวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2552)

.................................................

เมลจาก อ.โหน่ง ครับ



สวัสดีครับ ท่านผู้ได้รับข่าวการบริจาคบ่อน้ำบาดาลสำหรับน้ำใช้ และโอ่งซีเมนต์สำหรับใส่น้ำกิน

ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกท่าน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องถาววรวัตถุที่จะบริจาค จากแต่เดิมที่ประกาศว่าตั้งใจจะไปขุดบ่อน้ำบาดาลให้สำนักสงฆ์ที่ จ.สระแก้ว ตอนนี้ได้ทางญาติของผมที่ จ.สระแก้ว ได้แจ้งข่าวมาเมื่อ2วันนี้ว่า สำนักสงฆ์ย่านนั้นขุดบ่อน้ำไปหมดแล้ว
ซึ่งข้อมูลล่าสุดนี้ ไม่ตรงกับครั้งแรกที่ผมแจ้งกับทุกท่านว่า สำนักสงฆ์ขาดแคลนบ่อน้ำบาดาล และชักชวนท่านมาร่วมบุญกันเมื่อก่อนหน้านี้

ส่วนนี้นับว่าเป็นความผิดพลาดด้านการข่าวของผมเอง ทราบมาว่าหลายท่านมีความตั้งใจ อยากทำบุญสร้าง
บ่อน้ำบาดาลจริงๆ อาจทำให้ท่านรู้สึกผิดหวังได้ จึงกราบขออภัยทุกท่านที่ตั้งใจจะบริจาคบ่อน้ำบาดาลไว้ที่นี้เป็นอย่างสูงด้วยครับ

ทั้งนี้ เรายังจะบริจาคโอ่งซีเมนต์สำหรับใส่น้ำกิน (รอบที่ 2 ) ให้กับโรงเรียนและสำนักสงฆ์ที่ขาดแคลนใน จ.สระแก้วเหมือนเดิม หลังจากที่เราได้บริจาคไปแล้วรอบแรกเป็นจำนวน 40 ใบในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาครับ

แต่จะว่าไป ความตั้งใจของท่านที่จะบริจาคบ่อน้ำบาดาลก็ยังไม่ได้หมดโอกาสไปเสียทีเดียวครับ เพราะยังมีสิ่งก่อสร้างถาวรที่อาจจะไม่ตรงใจเท่าบ่อน้ำบาดาลเท่าไร แต่ก็ใช้ประโยชน์ด้านระบบน้ำคล้ายคลึงกันมาก เรียกว่าทุกท่านยังสามารถร่วมบุญเรื่องน้ำ กันได้อยู่ครับ เพราะเมื่อวันสองวันนี้ มีรุ่นพี่ที่รู้จักกันที่โรงยิมบ้านครูแปรง ชื่อ พี่บี๋ ได้โทรมาบอกบุญว่า พี่บี๋จะไปสร้างแท็งก์น้ำซีเมนต์สูง 20 เมตร จุน้ำขึ้นไปไว้ข้างบนได้ 2 หมื่นลิตร (เจ้าภาพปรับขยายเป็น 3 หมื่นลิตร แล้วครับ)

ที่วัดเจริญราษฎร์บำรุง ต. สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยแท็งก์น้ำนี้ทางวัดจะใช้จ่ายน้ำให้กับชาวบ้านรอบๆวัดได้ใช้ด้วย ตัวแท็งก์ซีเมนต์มีมูลค่าประมาณ 3 แสนบาท ตอนนี้ ก็มีความพร้อมด้านเงินทุนในระดับหนึ่งทีเดียวครับ

วันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ก็จะรวมยอดเงินบริจาคทั้งหมด โดยเอาเงินที่ท่านบริจาคมาส่งไปสร้างโอ่งและสมทบสร้างแท็งก์น้ำด้วยกัน แต่หากท่านใดเจาะจงมาว่า ต้องการสร้างโอ่งซีเมนต์ใส่น้ำกินที่ จ. สระแก้วโดยเฉพาะ ก็จะกันเงินบริจาคของท่านไว้สร้างโอ่งซีเมนต์ต่างหากครับ ( อยากทำแบบไหนเป็นพิเศษก็ระบุมาด้วยนะครับ)

ประมาณวันที่ 26 – 29 พฤษภาคมนี้ ทางทีมบริจาคซึ่งมีผมกับครูแหลม( ศักย์ภูมิ จูฑะพงศ์ธรรม) เป็นตัวยืน จะไปทำพิธีมอบโอ่งให้กับทางโรงเรียนและสำนักสงฆ์ พร้อมกับถ่ายรูปมาให้ท่านดูด้วยครับ

ขอโทษ ขอบพระคุณ และอนุโมทนาบุญล่วงหน้าครับ

โหน่ง
...................................................


*ขอขอบคุณและขออนุโมทนาบุญ กับทุกท่านมา ณ ที่นี่ด้วยครับ

20 มีนาคม, 2552

โลกวันนี้...

นิตยสาร Finacial Friidom ...(คิดต่าง ทางเดียวกัน)
ฉบับที่ 3 ตุลาคม-พฤศจิกายน 2549โลกวันนี้

แต่เดิม...โลกว่างเปล่า ไร้ระบอบการปกครองแบบใดใดล่องลอยอยู่ในม่านฟ้า แม้ในแผ่นดินลึกลงไปถึงขั้นหินร้อน หรือเหวมหาสมุทร ทะเลกว้าง ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นผลมาจากการแตกตัวของจักรวาล และแรงเหวี่ยง โลกหมุนตัวผ่านความเย็นความร้อนนานวัน จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวะซับซ้อน กลายรูปแปรพันธุ์ ชีวิตจึงอุบัติ อันเป็นผลจากแรงขับดันของมารดาทุกสรรพสิ่ง นั่นคือ...กฎแห่งธรรมชาติ ทุกอย่างมีเพียงดำรงอยู่ เพียงเป็นไป…


โลก ในความเป็นจริงทางธรณีวิทยา ไม่มีเส้นขั้น เขตแดน เส้นแวง เส้นรุ่ง หรือ
เส้นแบ่งเวลา ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งสมมุติ ซึ่งบัญญัติขึ้นเพื่อทำหน้าที่หนึ่ง โลกไม่มีรอยต่อ มีเพียงแผ่นดินผืนเดียวที่แยกตัว เคลื่อนออก ประชากรโลกล้วนมี สัญชาติ และเชื้อชาติแบบคละเคล้า เจือจาง
รากเหง้าเผ่าพันธุ์เดิมแท้บริสุทธ์ได้หมดไปนับแต่ครั้งที่มนุษย์รู้จักใช้สองเท้าเดิน แบบกระดูกสันหลังแนวดิ่ง พวกเขาสัญจรไปทั่วโลก กระจายเม็ดพันธุ์ความอยากกระหาย แย่งชิง และทำลาย ไปทั่วทุกถิ่นดินน้ำฟ้าป่าเขาทะเลไกล
สัตว์สังคมของแต่ละยุคสมัย นำพาโลกเข้าสู่ยุคเข็ญครั้งแล้วครั้งเล่า ยุคล่าขยายอาณานิคม ยึดครองเมืองขึ้น ยุคสงครามทำลายล้าง ยุคอุตสาหกรรมทำลายทรัพยากร ฯลฯ ยุคเหล่านี้ผลัดเปลี่ยนกันมา แปลงโฉมหน้าอันงดงามของโลกสีฟ้าใบนี้ ให้แลดูอัปลักษณ์ บิดเบี้ยว ธรรมชาติของโลกพิกลพิการไปมาก จากยุคแรกเริ่มเดิมทีของการมีมนุษย์ ยิ่งปัจจุบันนี้แล้ว สิ่งประดิษฐ์วิทยาการ และอาวุธยุทโธปกรณ์หลายอย่าง ล้วนแต่นำมาซึ่งรอยร้าว บาดแผลบาดลึก คราบน้ำตา ฝากทิ้งไว้ทั้งสิ้น
กับโลกปัจจุบัน ยุคสมัยของการล่าอาณานิคม ยึดเมืองขึ้น เพื่อขยายเขตการปกครองตักตวงผลิตผล และทรัพยากรธรรมชาติได้หมดไปแล้ว ในยุคแห่งสังคมบริโภคนิยมเกินอิ่ม บรรษัทเงินทุนข้ามชาติยักษ์ใหญ่พวกเขาไม่ต้องการเมืองขึ้น หรือการปกครอง ไม่ต้องการอำนาจทางการทหารที่สิ้นเปลือง พวกเขาเพียงหยิบยืมอำนาจรัฐ ยึดกุมความปราถนา ความหลงใหลใคร่อยาก ยึดกุมระบบเศรษฐกิจ ชักใยค่าเงิน ช่วงชิงหลอกล่อเหยื่อไว้ด้วยราคาที่ถูกกว่า และสินค้า,แฟชั่นล้ำสมัย...



(ดนตรีบรรเลงนำ พร้อมเสียงแอ็คโค่ๆๆๆของผู้ประกาศ) ...และบัดนี้ ถึงเวลาการเปิดฉากใหม่... ขอเสียงปรบมือให้กับ ยุคสมัยแห่งสงครามการค้าเสรี ทุนนิยมแบบหวงก้าง ที่มาถึงงงง...
ระบอบการปกครองประชาธิปไตย หรือสังคมนิยม ในประเทศทั้งที่กำลังพัฒนา พยายามพัฒนา และพัฒนาแล้ว ทั้งหมดล้วนถูกครอบงำด้วยเงื่อนไขทางการค้าเสรีใหม่ ๆ พวกเขาเป็น
ผู้เลือกตัวจริงที่ครอบงำปัจจัยพื้นฐานในหลาย ๆ ด้านเอาไว้ และสร้างปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเขาสามารถจัดแจง กำหนดให้ผู้คนทั้งสองระบอบ ได้เสพรับอาหารชนิดเดียวเดียวกัน รสชาติไม่แตกต่างกัน จากบริษัทที่มุ่งเน้นทำการค้าอสังหาริมทรัพย์มากกว่าขายค้าอาหารคุณภาพ และยังเป็นผู้คอยกำหนดให้พวกเราสวมใส่เสื้อผ้าชนิดเดียวกัน รูปทรงแบบเดียวกัน ที่มาจากบริษัทจากประเทศที่ทำตัวเป็นเจ้าแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ซึ่งแล้วแต่ว่าเขา หรือเธอจะคิดสรรชักนำรูปทรง เสื้อผ้า หน้า ผม ฯลฯ ให้แปลกประหลาดพิสดาร ไปเพียงใด เหยื่อผู้หลงใหลก็ยังคอยตอบสนอง จับตามองเทรนด์ในปีต่อ ๆ ไปด้วยใจจดใจจ่อ
(...มันไม่ใช่ความผิดของเราเลย จริงไหม ที่เราจะหากินหาใช้ ก็เงินของเราแลกหามาเพื่อซื้อความสุขส่วนตัวของคนที่เรารัก และตัวเราเอง ที่จริงแล้ว ควรเป็นความผิดพลาดในนโยบายของรัฐบาลสักรัฐบาล กระทรวงที่รับผิดชอบสักกระทรวง แหละน่า ! ที่ไม่หาทางป้องกัน ปล่อยให้สินค้าบรรดมีทั้งหลายทะลักเข้ามา โฆษณาย้ำแล้วย้ำอีก จนทำให้เราเสพคุ้น คุ้นชินกับสิ่งล่อใจต่าง ๆ เหล่านี้เอง อย่างว่าง่าย...จริงไหม)



แล้วโลกวันนี้เป็นเช่นไร เสถียรภาพทางการค้าของประเทศยังมีอยู่หรือไม่ คุณว่า... ประเทศของเราควรจะใส่ใจวัดความสุขมวลรวมของประชาชน กันหรือเปล่า ?
ผมว่าน่าจะลองวัดกันดูเล่น ๆ นะครับ ว่าประเทศของเรามีความสุขขาดเขินเกินพอไปไหม จนต้องจัดให้มีการแบ่งพื้นที่เขตสงวนความสุข-สงบ ยกระดับปรับความสมดุลย์ทางจิตใจให้ใกล้ชิดหลักธรรม เพื่อให้ผู้คนรู้จักกินเท่าที่จะกิน รู้จักใช้หาเท่าที่จะต้องหาใช้ ให้มีภูมิต้านทานต่อสินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าโฆษณาเกินจริง สินค้าไร้สารก่อประโยชน์ และสินค้าบ่อนทำลายขนบ, ประเพณี, วัฒนธรรม...


สำหรับโลกใบเดิมวันนี้ กับอายุที่ล่วงเลยมากว่า ๑๑,๕๐๐ ล้านล้านปี อาจจะนาน แต่โลกก็คงยังไม่คุ้นกับการกระทำของมนุษย์เช่นเคย ภูมิคุ้มกันของโลกไม่ได้บกพร่อง แต่โลกกำลังสนองตอบต่อผู้ทำลายสมดุยล์ และสร้างภาวะต่าง ๆ ไว้กับสภาพแวดล้อม เพราะความอยากได้ใคร่มีที่มากเกินพอดีของมนุษย์บางคน...
เป็นโชคดีที่ประเทศของเรามี วัคซีนชนิดหนึ่งที่ออกฤทธิ์ป้องกันไวรัสความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมได้ชงัก คุณรู้บ้างไหม ? วัคซีนนี้ใช้คุ้มกันปกป้องได้ทั้งคนใจเบาอย่างเราเรา และโลก ให้รู้จักอดทนอดกลั้น ยับยั้งช่างใจ คิดใตร่ตรอง ต่อพาหะนำเชื้อสื่อสิ่งเร้าทั้งหลาย ที่แฝงมาในรูปของปัจจัยที่๔ – ๕ – ๖ ฯลฯ สร้างภูมิคุ้มกันไว้แม้จะสายไปบ้างก็ตาม...
เมื่อมนุษย์ในโลกแข็งแรงแล้วโลกของเราก็จะแข็งแรงไปด้วย คุณเองก็รู้จักวัคซีน (แนวคิด)
นี้แล้ว ยาตัวนี้ชื่อ “พอเพียง” ใช่ครับ.



.............................................

04 มีนาคม, 2552

"เดอะ แมทริกซ์ - สะกิดธรรม"

แหล่งข้อมูล : www.TheDailyEnlightenment.com

โดย          :  เชน ไซแอน  
 แปลโดย   :  เสรี ลิขิตธีรเมธ
เผยแพร่บนเครือข่ายข่าวสารชาวพุทธ  (The Buddhist News Network)
4 มิถุนายน 2546




"เดอะแมทริกซ์ รีโหลด" (The Matrix Reloaded)

...ภาพยนตร์ไตรภาค เดอะแมทริกซ์ ( "เดอะแมทริกซ์รีโหลด" เป็นภาคที่สอง) มีแง่มุมชวนคิดหลายอย่าง อาทิ คำถามเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของตัวตน , อะไรคือความจริง , การเข้าถึงสัจจะและการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ บทความนี้จึงเขียนขึ้นมาเพื่อชวนกันวิเคราะห์ภาพยนตร์ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

...พี่น้องตระกูลวาโชว์สกี ซึ่งเป็นผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวว่า "มีอะไรหลายอย่างที่โดดเด่น และน่าสนใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและคณิตศาสตร์ ซึ่งติดตราตรึงใจเรามานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกฎควอนตัมฟิสิกส์ และในแง่ที่ศาสตร์ทั้งสองมาบรรจบพบกัน"

...บทความนี้พยายามที่จะสะท้อนให้เห็นว่าแต่ละฉากในภาพยนตร์มีความพยามยามดำเนินเรื่องให้สอดคล้องกับหลักพุทธศาสนาอย่างไร ก่อนอื่นใคร่ขอบอกว่า นี่เป็นเพียงการเชื่อมโยงอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น และไม่ได้มุ่งเน้นความถูกต้องตามหลักปริยัติอย่างเคร่งครัด หากต้องการร่วมแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนะใด ๆ กรุณาอีเมล์ไปที่ matrix@thedailyenlightenment.com


แมทริกซ์คือสังสารวัฏฏ์...

...แมทริกซ์เทียบได้กับอะไร แมทริกซ์เปรียบเสมือนสังสารวัฏฏ์ (คือ เราอาศัยอยู่ในโลก แต่เรารับรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างไม่ถูกต้อง ด้วยจิตใจที่หลงผิดของเราเอง) การถูกแมทริกซปิดบังให้มืดบอดไม่ใช่สิ่ง ที่เป็นไปไม่ได้ เหมือนกับสมัยนี้ ถ้าเราไม่ได้รับการศึกษา เราก็คงจะเข้าใจว่าโลกแบน(เพราะตามันเห็นว่าแบนจริง ๆ ) หรือไม่ก็เข้าใจว่าพระอาทิตย์สว่างตอนเช้าแล้วดับตอนกลางคืน เพราะเชื่อสายตาของตนเอง โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยสิ่งลวงตาลวงใจมากเหลือเกิน!



ฝันร้ายของนีโอ...

...แม้ว่านีโอจะหวาดผวากับฝันร้ายซ้ำซากว่า ไตรนิตีถูกยิง ตอนที่เธอจะ "ตาย" แต่เขาก็เชื่อว่า "มันจะไม่สิ้นสุด จนกว่ามันจะสิ้นสุด" เขาเชื่อเช่นนี้ เพราะเขายังไม่ได้เห็นเธอตายจริง ๆ ข้อนี้ช่วยให้เราระลึกได้ว่า แม้สิ่งต่าง ๆ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นตามกฎแห่งกรรม แต่ก็อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ ตราบใดที่เรามี"ความเพียร"ในการกอบกู้สถานการณ์ให้เปลี่ยนแปลงไป และตอนหนังใกล้จบ นีโอก็สามารถทำให้ไตรนิตี ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้หลังจากที่เขาสามารถเข้าถึงภาวะใกล้ตายของเธอได้สำเร็จ


นีโอ ผู้มีเมตตาแต่ขาดปัญญา...

...แม้นีโอจะมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวที่สามารถช่วยทุกคนให้รอดพ้นจากแมทริกซ์ได้ แต่นีโอก็บอกกับไตรนิตีว่า "ผมเพียงอยากรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง" นีโอจึงเปรียบได้กับผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกรุณา แต่ขาดปัญญา ไม่รู้ว่าจะนำพาสรรพสัตว์หลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ (การเวียนว่ายตายเกิด) ได้อย่างไร ตรงนึ้เท่ากับช่วยย้ำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาปัญญาควบคู่ไปกับ ความกรุณา อุปมาเหมือนกับนกที่จะต้องมีสองปีก จึงสามารถบินได้





ศรัทธาที่มืดบอดของมอร์เฟียส...

...หลายคนสงสัยว่า ทำไมมอร์เฟียสจึงเชื่อมั่นในคำทำนายของโอราเคิลยิ่งนัก เขาเชื่อตั้งแต่ในภาคแรก และยืนยันความเชื่อที่ปราศจากเหตุผลรองรับ มาจนถึงภาค reloaded
...ด้วยความเชื่ออันงมงายของมอร์เฟียส ลูกเรือทุกคนต่างเต็มใจปฏิบัติตามคำบัญชาของเขาด้วยความเชื่อมั่นและไว้ใจในตัวเขา เขาคือผู้ที่ทำให้ประชาชนชาวไซออน (Zion) มีความหวัง แต่แล้วในตอนจบของหนัง มันได้กลับกลายเป็นความสิ้นหวังไป (แต่เราก็หวังว่านีโอจะสามารถช่วยชีวิตชาวไซออนได้ในภาคที่สาม)
...ความเชื่อมั่นในคำทำนายของ"โอราเคิล" เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นในความยึดมั่นถือมั่นของมอร์เฟียส ทำให้ได้เห็นความต้องการลึกๆ และ ความเชื่อมั่นของเขา อย่างไรก็ตามในที่สุด ความ(ไม่)จริงก็ได้ปรากฏตามที่มันเป็น (ไม่ได้เป็นไปตามความเชื่อของใครๆ) ตรงนี้ถ้าพิจารณาให้ดี จะเห็นว่าคนเราทั่วๆไปก็เหมือนกัน คืดจะเชื่อในสิ่งที่เราต้องการเชื่ออยู่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้จริง เราจำเป็นต้องการให้โอราเคิลมาบอกเราให้เชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ หรือต้องการเชื่ออยู่แล้วหรือ! ไม่จำเป็นเลย ใช่ไหม ฉะนั้นอย่าตกเป็นเหยื่อของการหลอกตัวเอง เพราะขาดปัญญา




เอเยนต์สมิธ คือ..."มาร"

...เอเยนต์สมิธ ซึ่งไล่ล่านีโออย่างไม่ลดละ อาจเปรียบได้กับมารในตัวนีโอเอง ที่พยายาม "ฆ่า" เขา ด้วยการขัดขวางไม่ให้เขาบรรลุเป้าหมาย (คือการรู้แจ้งสัจธรรม) ในภาคแรก นีโอไม่ได้ทำลายล้างเอเยนต์สมิธให้สิ้นซาก เขาจึงกลับมาได้ในภาคสอง ตรงนี้บอกให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการกำจัดกิเลสมาร (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) ในตัวเราให้หมดสิ้นไป การที่สมิธสามารถ "เนรมิตกาย" ขึ้นมาตั้งมากมาย อาจเทียบได้กับการที่เรายอมให้กิเลสมารเกิดขึ้นในใจของเราอย่างง่ายดายและรวดเร็ว เพราะไม่ได้ฝึกจิตใจให้เข้มแข็งพอ และมักทำอะไรตามความเคยชิน ไม่ทำด้วยความมีสติ เหตุการณ์ที่ซ้ำรอยเดิม ตอนที่นีโอหนีสมิธอีกครั้ง สมิธพูดว่า "มันกำลังเกิดขึ้นอีกแล้ว เหมือนครั้งก่อนเลย" แต่ "กายเนรมิต" ของเขากลับพูดว่า "ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว" ตรงนี้บอกเราว่า การเวียนว่ายตายเกิด ทำให้เราต้องประสบเรื่องทำนองเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงกระนั้น เรื่องแต่ละเรื่องก็ไม่เหมือนกันเสียทั้งหมด และมีหลายครั้งที่เราสามารถพัฒนาเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ได้


ความเป็นซุปเปอร์แมนของ...นีโอ

...การที่นีโอเหาะได้เหมือนซุปเปอร์แมน สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของจิตใจที่มีอำนาจเหนือวัตถุ (ฤทธิ์) สามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อ (และดูเหมือนท้าทายกฎทางฟิสิกส์) ได้ อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้อย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากแมทริกซ์ได้โดยเด็ดขาด เพราะอำนาจจิตไม่ได้นำมาซึ่งการรู้แจ้ง แต่เป็นเพียงผลพลอยได้ในกระบวนการฝึกจิตเท่านั้น


ชุดของ...นีโอ

...นอกจากเสื้อคลุมสีดำของนีโอจะใกล้เคียงกับชุดของเซ็นแล้ว ใบหน้าของเขายังสงบนิ่งและสำรวมแบบพระแทบจะตลอดเวลาด้วย สองเรื่องนี้เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจไม่น้อย


ชาวไซออนเปรียบได้กับ...ชาวพุทธ

...พลเมืองชาวไซออน (ซึ่งเปรียบได้กับชาวพุทธ) ยังเพียงอยู่บนเส้นทางสู่อิสรภาพที่สมบูรณ์ (การรู้แจ้ง) เท่านั้น ยังไม่ได้บรรลุเป้าหมายที่แท้จริง เพราะอิสรภาพที่สมบูรณ์ (นิพพานในพระพุทธศาสนา) หมายถึง ความสงบระงับ ไม่มีความทะยานอยากอีกต่อไป ชาวไซออนส่วนใหญ่รู้ความจริงของแมทริกซ์ (ความจริงแห่งสังสารวัฏฏ์) ระดับหนึ่ง ซึ่งอาจเทียบได้กับพระโสดาบันเท่านั้น ยังไม่ได้บรรลุพระอรหันต์ จึงไม่สามารถบรรลุเสรีภาพที่แท้จริง (สิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด) ส่วนชาวไซออนที่มุ่งมั่นช่วยเหลือผู้อื่นให้ตื่นตัวและหลุดพ้น อาจเปรียบได้กับพระโพธิสัตว์ในคติพระพุทธศาสนา



ไซออนล่มสลาย เปรียบได้กับพระธรรมอันตรธานสิ้น...

...การทำลายล้างไซออนจนหมดสิ้น อาจเปรียบได้กับการสิ้นยุคพระพุทธศาสนา เพราะนั่นย่อมหมายความว่าไม่เหลือผู้รู้ความจริงเกี่ยวกับแมทริกซ์ (สังสารวัฏฏ์) แม้แต่คนเดียว


นีโออาจเปรียบเสมือน...พระพุทธเจ้า

...ในบางกรณีอาจถือได้ว่านีโอมีลักษณะคล้ายพระพุทธเจ้า คือเป็นผู้ "หลุดพ้น" จากแมทริกซ์ (สังสารวัฏฏ์) โดยสิ้นเชิง และสามารถกลับเข้าไปได้โดยไม่ถูกครอบงำ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้อื่น (สรรพสัตว์) ได้หลุดพ้นตาม แต่นีโอกลับ "รู้แจ้ง" น้อยกว่าที่เราคิด จึงอาจเทียบได้กับพระโพธิสัตว์ที่เปี่ยมด้วยแรงจูงใจ (ความกรุณา) แต่ขาดความรู้ (ปัญญา) ที่จะช่วยเหลือโลก นีโอสามารถปลุกเร้าให้ชาวไซออนตื่นตัวเท่านั้น ไม่อาจดึงใครออกจากแมทริกซ์ได้ หากคนคนนั้นไม่ตั้งใจและเพียรพยายามด้วยตัวเอง (ทำนองเดียวกัน พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ชี้ทางเดินเท่านั้น เราจะเดินหรือไม่เดินเป็นหน้าที่ของเรา) จิตใจที่จะสามารถหลุดพ้นได้ จึงต้องมีความปรารถนาและเพียรพยายามเป็นทุนเดิม



ที่ปรึกษา (counsellor) พูดถึงความว่างเปล่าของเครื่องจักร...

...ที่ปรึกษาระบุว่า เครื่องจักรช่วยชาวไซออนทำงานมากมาย เช่นทำให้เกิดแสงสว่าง ความร้อน และอากาศ แต่ก็มีเครื่องจักรบางอย่างมีเป้าหมายทำลายพวกเขาด้วย ดังนั้น ลำพังเครื่องจักรเองจึงเสมือนเป็นสิ่งว่างเปล่า จะบอกว่าดีหรือไม่ดีไม่ได้ การตั้งโปรแกรมหรือเจตนาที่อยู่เบื้องหลังการสร้างและควบคุมเครื่องจักรต่างหาก ที่ทำให้เครื่องจักรดีหรือไม่ดี


เหตุที่ฑูตสวรรค์ (seraph) ต้องประลองฝีมือ...

...ฑูตสวรรค์บอกนีโอหลังจากที่ประลองฝีมือกัน เพื่อพิสูจน์ว่าใช่นีโอจริงหรือไม่ว่า "คุณไม่อาจรู้จักใครได้อย่างแท้จริง จนกว่าคุณจะได้สู้กับเขา" เราเองก็เช่นกัน เราจะไม่รู้จักตัวเราเองเลย หากเราเอาชนะตัวเองไม่ได้ เราต้อง "สู้" กับตัวเอง เพื่ออิสรภาพและการรู้แจ้ง


การหยั่งเห็นองค์ประกอบแมทริกซ์ของ...นีโอ

...การที่นีโอสามารถหยั่งเห็นเนื้อในของแมทริกซ์ ว่าแท้จริงคือรหัสคำสั่งโปรแกรมที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลา อาจเปรียบได้กับการหยั่งเห็นความไม่มีตัวตน (อนัตตา) ของสิ่งต่าง ๆ การหยั่งเห็นองค์ประกอบแมทริกซ์ของนีโอ


การหยั่งเห็นองค์ประกอบแมทริกซ์ของนีโอ...

...โอราเคิลบอกนีโอหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องชะตาลิขิต เธอบอกด้วยว่า เธอรู้ทุกสิ่งที่กำลังจะเกิด แต่เธอก็พูดขัดกับตัวเองว่า นีโอต้องเพิ่มพลัง เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาลิขิตที่ได้ "กำหนดตายตัว" แล้ว นี่ย่อมแสดงว่า สิ่งที่ดูเหมือนได้ "ลิขิต" มาแล้ว แท้จริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ยังเปลี่ยนแปลงได้อีก




สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น หรือมีขึ้น ...เพื่ออะไร?

...โอราเคิลบอกนีโอว่า "สิ่งใดก็ตามที่ได้เกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นเพื่อเหตุผลบางอย่าง" ข้อนี้ไม่น่าจะถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ชาวพุทธบางคนเชื่อว่า คนเราเกิดมาเพื่อทำลายและหลุดจากกงล้อแห่งการเวียนว่ายตายเกิด แต่บางคนอาจเชื่อว่าคนเราเกิดมาเพื่อเหตุผลอย่างอื่น ดังนั้น คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า เราควรมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรจึงมีได้หลากหลาย สิ่งที่ควรคำนึงคือ คำตอบใดที่เราคิดว่าดีที่สุด ประเสริฐสุด แล้วดำเนินไปตามนั้น ทำนองเดียวกัน มอร์เฟียสเองก็พูดว่า "เราทุกคนมาอยู่ที่นี่ เพื่อทำสิ่งที่เราทุกคนต้องทำเมื่อมาอยู่ที่นี่" แต่แท้จริงแล้ว ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เรา "ต้อง" ทำ เราเลือกได้ตลอดเวลาเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า เป็นประโยชน์กว่า ตอนหนึ่ง เอเยนต์สมิธบอกนีโอว่า ทั้งสองอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะหลุดพ้นจากแมทริกซ์ แต่เพราะไม่หลุดพ้นต่างหาก ข้อนี้เป็นจริง เพราะแม้ว่าทั้งสองจะถอดออกจากแมทริกซ์แล้ว แต่ถ้าพวกเขาเป็นอิสระจากแมทริกซ์จริง พวกเขาก็จะไม่ต่อสู้กัน ดังนั้น การจะเป็นอิสระจากแมทริกซ์ได้ ยังต้องพัฒนาให้สูงขึ้นไปอีก



merovingian พูดถึงความไม่มีกฎเกณฑ์ ...(เหตุ & ผล)

...merovingian พูดอย่างอหังการว่า "ทางเลือกคือสิ่งลวง ที่ผู้มีอำนาจสร้างขึ้นสำหรับผู้ไม่มีอำนาจ" เขาพูดขณะที่คิดว่าตัวเขาคือผู้มีอำนาจคนหนึ่ง ที่กำลังชักใยผู้อื่นอยู่ แต่เหตุการณ์กลับกลายเป็นว่า เขาถูกภรรยาหักหลัง โดยเธอเลือกที่จะทำเอง และกว่าเขาจะรู้ ก็สายเสียแล้ว มุมมองเรื่องนี้ของเขาจึงไม่ถูกต้อง แม้ว่าทางเลือกจะเป็นสิ่งลวง (ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่) ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่เฉย ๆ ยอมก้มหน้ารับชะตากรรม โดยไม่ดิ้นรนอะไร เพราะคุณไม่มีวันรู้ว่า ชะตาชีวิตของคุณเป็นอย่างไร และไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน เขายังบอกด้วยว่า "สิ่งใดที่เกิดแล้ว ย่อมเกิดแล้ว ไม่ผันแปรเป็นอย่างอื่น" ข้อนี้ชัดเจนในตัว เป็นที่น่าสังเกตว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงการเดินทางข้ามเวลา (ซึ่งโดยหลักการแล้วเป็นไปไม่ได้ เพราะขัดกับกฎแห่งเหตุและผล) สิ่งใดที่ปรากฏขึ้นแล้ว จะไม่ปรากฏก็ไม่ได้ หรือจะปรากฏเป็นอย่างอื่นก็ไม่ได้เช่นกัน


ข้อคิดจากช่างทำกุญแจ...

...ต่อข้อถามที่ว่า เขาจะไปไหน ขณะถูกไล่ล่า ช่างทำกุญแจตอบว่า "ไปอีกทางหนึ่ง จะต้องมีอีกทางหนึ่งเสมอ" คำตอบนี้ทำให้เราได้ข้อคิดว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เรามีทางเลือกอย่างน้อยสองทางเสมอ และเราเลือกได้อย่างอิสระ แม้ในสภาพการณ์ที่บีบรัด ช่างทำกุญแจบอกว่า ประตูมีหลายบาน แต่ละบานเปิดสู่ "สถานที่" ที่ต่างกัน แต่จะมี "ประตูบานหนึ่งนำไปสู่ต้นกำเนิด (แกนกลางของแมทริกซ์)" ประตูบานนี้อาจเทียบได้กับประตูที่นำไปสู่แก่นแท้ของความจริง นั่นคือพระไตรลักษณ์ และจะนำไปสู่อิสรภาพได้ในที่สุด ู่





มอร์เฟียส...พูดถึงเหตุผลแห่งการมีอยู่

...มอร์เฟียสพูดก่อนที่จะ "ทำสงคราม" ขั้นเด็ดขาดว่า "เราทุกคนสู้ศึกนี้มาชั่วชีวิต เราไม่ได้มาที่นี่โดยบังเอิญ ผมไม่เชื่อเรื่องบังเอิญ ผมเชื่อว่าชะตาชีวิตลิขิตให้เรามาที่นี่" สงครามที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรากำลังเผชิญอยู่ คือสงครามในจิตใจ ที่เรากำลังต่อสู้กับ "ตัวตน" ของเรา แน่นอน เราไม่ได้ "อยู่ที่นี่" โดยบังเอิญ แต่เป็นเพราะอำนาจกรรม ซึ่งจะเรียกว่า "ชะตากรรม" ก็ได้ ชักนำให้เรามาอยู่ที่นี่ แต่ถึงกระนั้น "ชะตากรรม" ในอนาคตก็อยู่ในมือของเรา เราสามารถกำหนดได้


สถาปนิกเปรียบได้กับ...อีโก้


...ผู้ที่อยู่เบื้องหลังแมทริกซ์ (สังสารวัฏฏ์) คือสถาปนิก ซึ่งในเรื่อง เขาเป็นผู้ที่มีความถือตัว เห็นแก่ตัว และชื่นชอบความสมบูรณ์แบบ ยอมรับความล้มเหลวไม่ได้ รวมทั้งที่เป็นของตัวเขาเอง ซึ่งเขาไม่เห็นว่านั่นเป็นความล้มเหลว จึงไม่ยอมรับ แต่กลับโทษว่าเป็นเพราะความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ (ผู้อื่น) เขาพูดว่าความหวังคือสิ่งลวง แต่ตัวเขาเองก็มีความหวัง เขาหวังว่านีโอจะลบล้างและเริ่มต้นระบบที่บกพร่องใหม่อีกครั้งตามที่เขาต้องการ ในเรื่องความสมบูรณ์แบบ เขาไม่น่าเป็นคนสมบูรณ์แบบ เพราะยังทำให้จิตใจของเขาสมบูรณ์แบบไม่ได้ เขาเปรียบเหมือนพระเจ้าจอมปลอม ซึ่งเป็นเพียง "มนุษย์" เท่านั้น


สถาปนิกเปรียบเหมือน...ตัณหา

...สถาปนิกอ้างตนว่าเป็นผู้ออกแบบแมทริกซ์ ในทางพระพุทธศาสนา สถาปนิกหรือ "นายช่างผู้สร้างเรือน" คือตัณหา มีข้อน่าสังเกตคือ ในเรื่อง "Little Buddha" คีนูรีฟซึ่งแสดงเป็นพระพุทธเจ้า (และในเรื่องเดอะแมทริกซ์แสดงเป็นนีโอ) ได้พูดกับตัณหาและเรียกตัณหาว่า "นายช่างผู้สร้างเรือน" การที่นีโอพบกับสถาปนิกช่วยให้เขาตระหนักถึงธรรมชาติที่แท้จริงของเขา สถาปนิกเปรียบได้กับตัณหา เพราะเป็นผู้ผลักดันให้เราสร้างแมทริกซ์ - สร้างความยึดติดในสังสารวัฏฏ์ หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระองค์ตรัสว่า
..."เรือนคืออัตภาพที่เกิดในภพนั้นๆ บ่อยๆ เป็นของไม่เที่ยง เราแสวงหา นายช่างคือตัณหาผู้สร้างเรือน เมื่อไม่พบ ได้ท่องเที่ยวไปสู่สังสารวัฏฏ์สิ้นชาติมิใช่น้อย การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ร่ำไป ดูกรนายช่างผู้สร้างเรือน บัดนี้ เราพบท่านแล้ว ท่านจักไม่ต้องสร้างเรือนให้เราอีก โครงเรือนคือกิเลสของท่าน เราหักเสียหมดแล้ว และยอดเรือนคืออวิชชาแห่งเรือนท่านเราทำลายแล้ว จิตของเราไม่เกิดต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว จักดับอยู่ในภพนี้เอง"



สถาปนิกพูดถึงนีโอ...

...นีโอ          "ทำไมผมมาอยู่ที่นี่?"
สถาปนิก      "ชีวิตของคุณคือผลรวมของส่วนเกินของสมการที่ไม่สมดุลในโปรแกรมแมทริกซ์ แล้วกลายมาเป็นสิ่งผิดปรกติในที่สุด ซึ่งแม้ผมจะพยายามเต็มที่แล้ว แต่ก็กำจัดให้หมดไปไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือการคาดคิด และจึงไม่ใช่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ด้วยเหตุนี้คุณจึงต้องมาอยู่ที่นี่ไง"

...เราเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเราต้องมาอยู่ที่นี่ ภาวะของความไม่รู้นี้คือความหลงหรืออวิชชา ตัวอวิชชานี้เองทำให้เราต้องเกิดใหม่ เราคือสมการที่ไม่สมดุล เนื่องจากเรามีความหลง ความหลงทำให้เราเป็นสิ่งผิดปรกติของโลกนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะควบคุมไม่ได้ และถ้าขณะใดเราไม่ควบคุมตัวเราเอง ตัณหาหรือสถาปนิกก็จะมาควบคุม ู่


สถาปนิกพูดถึงพลังของสิ่งเล็กน้อย...

...สถาปนิก "… เห็นได้ชัดว่ามันเป็นความบกพร่องขั้นพื้นฐาน จึงก่อให้เกิดความผิดปรกติต่อระบบ ซึ่งถ้าปล่อยปละละเลย ก็จะเป็นภัยคุกคามระบบได้ ดังนั้น ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจสะสมและทวีความรุนแรงจนเป็นภัยพิบัติได้ โลกเราก็เช่นกัน เราทุกคนต่างมีกรรมร่วมและเชื่อมโยงกันในลักษณะที่แยกแยะลำบาก การกระทำของคนคนหนึ่ง อาจนำมาซึ่งหายนะของโลก หรือช่วยเหลือโลกก็ได้



สถาปนิกพูดถึงความรับผิดชอบของนีโอ...

...สถาปนิกพูดกับนีโอว่า "… ปัญหาก็คือ คุณพร้อมรับผิดชอบต่อการตายของทุกชีวิตในโลกนี้หรือไม่" ในแง่นี้ นีโอเปรียบได้กับพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง ซึ่งพยายามช่วยชีวิตสรรพสัตว์อย่างเต็มความสามารถ


สถาปนิกพูดถึงทางเลือก ..."สุดท้าย"

...สถาปนิก "มีประตูสองประตู ประตูขวานำไปสู่ต้นกำเนิด และช่วยชาวไซออนได้ ประตูซ้ายพาคุณกลับไปสู่แมทริกซ์ ไปหาเธอ แต่เผ่าพันธุ์ของคุณก็สิ้นสุดด้วย เราเองก็ต้องเลือกตลอดเวลา ทางเลือกมีสองทางเป็นอย่างน้อย อยู่หรือไม่อยู่ ทำหรือไม่ทำ เราเลือกได้ว่าจะติดอยู่ในสังสาร หรือหลุดพ้นออกไป


สถาปนิกพูดถึง...ปฏิกิริยาลูกโซ่

...สถาปนิก "แต่เราก็รู้แล้วว่าคุณกำลังจะทำอะไรไม่ใช่หรือ? ผมสามารถเห็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่บ่งบอกว่าอารมณ์กำลังชนะเหตุผล เพราะอารมณ์กำลังปิดตาคุณไม่ให้เห็นความจริง ทั้งที่ความจริงนั้นออกจะเรียบง่ายและชัดเจน เธอกำลังจะตาย และคุณก็ไม่มีทางหยุดยั้งได้... (*นีโอเดินไปเปิดประตูซ้าย ซึ่งตรงข้ามกับที่สถาปนิกคาดคิด*)

...นีโอทำให้สถาปนิกคาดการณ์ผิดพลาด โดยการทำสิ่งที่ตรงข้ามกับที่สถาปนิกต้องการให้ทำ เราเองแม้จะติดอยู่ในวงจรปฏิกิริยาลูกโซ่ของเหตุและผล แต่เราก็ทำลายวงจรนี้ได้ เราสามารถตัดวงจรการเวียนว่ายตายเกิด ด้วยการรู้แจ้งสัจธรรม การที่นีโอเลือกประตูที่ช่วยชีวิตไตรนิตี เป็นการทำลายโปรแกรมที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (การเกิดและการตาย) ได้เด็ดขาด หากเขาเลือกอีกประตูเพื่อช่วยชีวิตชาวไซออนตามที่ "ได้โปรแกรม" ไว้ ก็เท่ากับทำซ้ำรูปแบบเดิมที่คนก่อนเคยทำแล้ว (และนำไปสู่การเกิดใหม่ต่อไป) การทำลายลูกโซ่ของนีโอ เท่ากับไปเปลี่ยนแปลงระบบ และเป็นการช่วยมวลมนุษย์อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดเสรีภาพที่แท้จริง นีโอตระหนักว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้แมทริกซ์บูท (เกิด) ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง การเกิดใหม่โดยไม่มีอะไรก้าวหน้า หรือไม่มีอิสรภาพมากขึ้น เป็นสิ่งไร้ค่า เพราะไม่ช่วยให้เราเข้าใกล้ความสุขที่แท้จริง ู่


สถาปนิกพูดถึง...ความหวัง

...สถาปนิก "ความหวังคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์หลงผิดได้มากที่สุด มันทั้งทำให้คุณเข้มแข็งที่สุด และอ่อนแอที่สุดในเวลาเดียวกัน ข้อนี้บอกเราว่า ความหวังจะเป็นความศรัทธาที่มืดบอดได้ หากไม่มีปัญญากำกับ
บทสนทนาทั้งหมดระหว่างนีโอกับสถาปนิก ดูได้ที่ http://www.theantitrust.net/articles/viewarticle.php?articleid=108 ู่



ทำไมเลือกความจริง ...ไม่เลือกสิ่งลวง

...เมื่อดูหนังเรื่องนี้ เราอาจถามตัวเองว่า "ทำไมเราควรเลือกที่จะใช้ชีวิตในโลกแห่ง "ความจริง" ที่ดูออกจะแห้งแล้ง ไร้สีสัน ทั้งที่มีโลกมายาที่น่าอภิรมย์กว่า คำตอบคือ ก็เพราะโลกมายาไม่มีอยู่จริง ความสุขในโลกมายาจึงไม่จริงด้วย ความสุขที่แท้จริงมาจากการควบคุมชีวิตได้ทั้งหมด และสามารถเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ถูกต้องชัดเจน (ปัญญา)
...ชีวิตหรือความสุขในแมทริกซ์ (สังสารวัฏฏ์) ต้องขึ้นกับความเมตตาสงสารของแมทริกซ์ ซึ่งก็เหมือนกับที่เราต้องอิงอาศัยวัตถุ จึงจะมีความสุขได้ แต่นั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ความสุขที่แท้ต้องมาจากการมีจิตใจอิสระ ไม่ต้องอิงอาศัยหรือพึ่งพิงสิ่งใด


เราเองก็ติดอยู่ใน...แมทริกซ์

...เป็นไปได้ไหมว่า เราทุกคนล้วนเลือกที่จะเชื่อมต่อหรือติดอยู่ในแมทริกซ์เอง ไม่มีการบังคับใด ๆ มีอะไรปิดตาหรือลวงเราอยู่หรือเปล่า ทำไมเราไม่หลุดพ้นเสียที? ู่


ทำไมต้อง...โหลดใหม่

...หลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ครั้งที่สอง ผมก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า ทำไมภาคนี้จึงตั้งชื่อว่า เดอะแมทริกซ์ "รีโหลดเดด" - ก็เพราะระบบแมทริกซ์ได้รับการโหลดใหม่ (หรือเกิดใหม่) ทั้งระบบอีกครั้งนั่นเอง เราทุกคนก็ต้อง "โหลด" ประสบการณ์ใหม่หลายครั้ง จนกว่าจะแน่ใจ รู้แนวทางที่ถูกต้อง และหลุดพ้นได้โดยสิ้นเชิงในที่สุด



.... ขอเชิญชาวพุทธทุกท่าน ขอบคุณเจ้าของบทความ คุณเชน ไซแอน, www.TheDailyEnlightenment.com....

16 กุมภาพันธ์, 2552

จันทร์เสี้ยว






" คืนจันทร์เสี้ยวบาง...
ทะเลงามสงบ
ฉันนั่งอยู่ที่นั่น...
หาดทรายสี ขาว ขาว...นวล นวล
มีเพียงคำว่า..."คิดถึง"
ซึ่งเขียนขึ้นจาก รอยทราย "



เพียง เพียงออ
หาดป่าช้า เกาะเสม็ด ๒๕๒๘"



...เขียนให้กับความรักเมื่อวัยหนุ่ม
ทั้ง ๆ ที่เวลานั้นไม่รู่ว่า ความรักคืออะไร?...
รู้เพียงแต่...
ความรู้สึกภายในใจได้แต่คิดถึง...
เธอคนนั้น คนที่ฉันไม่เคยบอก "


บทที่ ๑๑ ...



...ล้อรถนั้นประกอบด้วยไม้สามสิบซี่
รวมกันอยู่ที่แกน...
วงรอบนอกของล้อและไม้สามสิบซี่นั้น
คือความ " มี "
ดุมล้อนั้นกลับกลวง
คือความ " ว่าง "

จากความว่างนี้เอง...
คุณประโยชน์ของล้อนี้ก็เกิดขึ้น



...ปั้นดินเหนียวขึ้นเป็นภาชนะ
จากความว่างเปล่าของภาชนะนี้เอง...
คุณประโยชน์ของภาชนะก็เกิดขึ้น

เราได้ใช้ประโยชน์จาก...ความมี
และได้รับคุณประโยชน์จาก...ความว่าง.


วิถีแห่งเต๋า

พจนา จันทรสันติ -แปล
ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๓


...............................................................................



...ปีนั้นผมกำลังศึกษาอยู่ ม.ศ.3 (2523)
และยังไม่มีความคิดอะไรมากนัก
ในการมองโลก และชีวิต...
คงเที่ยวเล่น สนุกสนานไปวัน ๆ อย่างเด็ก

...วันหนึ่งได้พบรุ่นพี่ ม.ศ. 5 ถือหนังสือเล่มนี้
ผมขอเขาดู และหน้าแรกที่เปิดอ่านคือ
" บทที่ 11 ความว่างเปล่า " และ เมื่อผมอ่านจบลง


...เหมือนเปิดไฟสว่างขึ้นในใจ...แว็บหนึ่ง
เพียงชั่วขณะ จิต รับรู้แสงแรกของ ...ประกายแห่งพุทธิปัญญา
ด้วยอักษรเพียงไม่กี่ตัว กลับสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
ผมรู้ตัวทันทีว่า... ชีวิตวันหน้าจะดำเนินไปเช่นไร

เด็กน้อยเอ๋ย... กุญแจไขความลับของโลก
ถูกใช้ไปดอกหนึ่งแล้ว
...ทาง ที่ไม่เคยหา บัดนี้ทอดตัวสงบ สว่าง
วางอยู่เบื้องหน้าของเจ้าแล้ว ...นับแต่วินาทีนั้น
เดินไปตามทางเถิด แล้วเจ้าจะพบ...ความจริงที่เที่ยงแท้.




แหลม ศักย์ภูมิ
16.02.2009

25 ตุลาคม, 2550

ทำบุญด้วยแรง 1.

นิตยสาร FINANCIAL freedom ...(คิดต่าง ทางเดียวกัน)
volume 01 number 07 APRIL 2007


ปี ๒๕๔๙ เป็นปีแห่งการรณรงค์ให้ประชาชนทั้งประเทศร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง เนื่องในวโรกาสทรงครองราชครบ ๖๐ ปี ช่วงกลางปีนั้นผมและคณะมูลนิธิมวยไทยไชยา ได้เดินทางไปที่วัดต่าง ๆ หลายวัดในเขตจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมสร้างพระ
พวกเราได้รับข่าวจากสมาชิกมูลนิธิมวยไทยไชยาคนหนึ่ง ซึ่งเคยบวชเรียนที่วัดที่จัดสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ แรกเริ่มนั้นพระอาจารย์วีระและพระลูกวัดทำการหล่อพระกันเอง ด้วยกำลังพระเพียงสิบกว่ารูป ผสมปูน เทปูนกันเองมาสองวันสองคืนแล้ว แต่งานยังไม่คืบหน้า ซึ่งเป็นเรื่องยากลำบากมากที่แรงงานเพียงสิบกว่าคนกับงานเทปูนหล่อพระหนักนับร้อยตัน

พระอาจารย์วีระท่านจึงโทรมา ขอแรง...ให้ไปช่วยกันสร้างพระ งานนี้ไม่ต้องการเงินบริจาค ไม่ต้อการปัจจัยอื่น หากแต่ต้องการแรงงาน กำลังกายเท่านั้น... ซึ่งหลังจากงานนั้นเป็นต้นมา ผมและคณะก็ถือเป็นกิจวัตรสำคัญที่ต้องไปทำ เมื่อทราบข่าวว่าแม่พิมพ์พระองค์นี้ถูกนำไปจัดสร้างที่วัดใด พวกเราก็จะตามไปร่วมทำบุญด้วยแรงเกือบทุกครั้ง หากระยะทางไม่ไกลนัก
พระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์นี้หน้าตักกว้าง ๕ เมตร ๙๐ / สูง ๘ เมตร จัดสร้างขึ้นโดยพระอาจารย์วิโรจน์ เจ้าอาวาสวัดสะพัง กำแพงแสน นครปฐม เมื่อสร้างเสร็จได้ทำพิมพ์ไว้ แม่พิมพ์พระใหญ่องค์นี้ถูกนำไปจัดสร้างในหลาย ๆ วัด ส่งต่อกันมาจนถึงวัดในจังหวัดกาญจนบุรี (ปัจจุบันได้สร้างพระจากแม่แบบนี้ให้กับวัดต่าง ๆ ไปแล้วกว่า ๒๐ องค์ / ปี ๒๕๔๙)



การสร้างพระเริ่มจากทุนสองแสนบาท จากการรับบริจาคทั่วไปหรือจากผู้มีจิตศรัทธาขอเป็นประธานในการจัดสร้างโดยตรง โดยทุนที่ได้นำไปซื้อวัสดุในการก่อสร้าง อิฐ หิน(นิล) ปูน ทราย เหล็ก ฯลฯ จากนั้นก็ก่ออิฐขึ้นฐานที่ตั้งองค์พระและผูกเหล็กแบบขึ้นรูปแล้วจึงนำแม่พิมพ์มาประกอบ จากนั้นจึงเริ่มผสมปูนทรายและนิล (เป็นความเชื่อเรื่องแร่รัตนชาติ ซึ่งนิลในแถบนั้นหาได้ง่ายทั้งยังมีราคาไม่สูงมาก) ผู้มีจิตศรัทธาทั้งพระและฆารวาส ทั้งชายหญิงจะมาช่วยกันผสมปูน รับถังปูนส่งกันเป็นทอด ๆ ขึ้นไปยังองค์พระ เทปูนลงในแบบ ถังแล้วถังเล่า ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนตกบ่าย ใครเหนื่อยล้าก็จะมีคนคอยผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่แทน เมื่อปูนถูกเทมาถึงช่วงคอองค์พระก็จะหยุดเพื่อนำโอ่งลายมังกรใบใหญ่สองใบส่งต่อกันขึ้นมา โอ่งใบหนึ่งบรรจุแผ่นชะตาซึ่งผู้มาร่วมงานจะเขียนชื่อ นามสกุลและวันเดือนปีเกิด ไว้ในแผ่นดวงนี้นำฝากไว้ในองค์พระใหญ่ เป็นเสมือนฝากดวงชีวิตของตนไว้กับองค์พระพุทธเจ้า ส่วนโอ่งอีกใบจะใส่พระพุทธรูปหรือพระประจำวันเกิดที่ชาวบ้านนำมาถวายวัดเพื่อบรรจุไว้ในองค์พระด้วย
เมื่อตั้งโอ่งสองใบไว้ในช่วงพระพักต์พระพุทธรูปผูกเหล็กไว้ดีแล้ว ก็จะเทปูนอีกรอบจนปูนเต็มพระเศียรก็จะหยุดเพื่อผูกเหล็กและประกอบแบบช่วง พระเกตุมาลา (รัศมีที่อยู่เหนือเศียรของพระพุทธรูป) ซึ่งในขั้นตอนนี้พระทั้งวัดจะเริ่มสวด ชยมงคลคาถา อัญเชิญ พระธาตุ นำขึ้นประดิษฐานไว้ในพระเกตุมาลานี้ จากนั้นจึงเทปูนขั้นสุดท้ายปิดพระเกตุมาลา เป็นเสร็จพิธี



เมื่อองค์พระแล้วเสร็จผู้คนเริ่มทยอยกันกลับ แต่งานหลักของพวกเรากำลังจะเริ่ม เมื่อปูนจับตัวกันดีแล้ว (ราว ๓ ชั่วโมง) ก็ถึงขั้นตอนการแกะแม่พิมพ์ ขั้นตอนนี้ต้องการความปราณีตบรรจงมาก เมื่อถอดน็อตจากแบบ ออกแล้วจะต้องค่อย ๆ แกะแบบและแซะปูนตามรอยต่อแม่พิมพ์ออก เนื้อปูนถึงจะจับตัวกันแล้ว แต่ก็ยังไม่แห้งแข็ง ขั้นตอนนี้ปูนจะเร่งคลายความร้อนออกทำให้น้ำในเนื้อปูนกลายเป็นละอองไอ ลอยขึ้นมารอบ ๆ องค์พระใหญ่ ค่ำคืนที่อากาศหนาวเย็นการทำงานรอบองค์พระนับว่าอบอุ่นจนถึงร้อนเหงื่อตกได้เลยที่เดียวครับ

ทุกครั้งที่ไปร่วมงาน ผมจะได้เห็นภาพของความสมัครสมานสามัคคีกันของผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาจากที่ต่าง ๆ มาเพื่อลงแรงร่วมมือร่วมใจกัน มีศูนย์รวมจิตใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลาย ๆ คนนำอาหารและน้ำมาช่วยในงาน ผมเห็นคนทุกเพศทุกวัยหลากหลายอาชีพและฐานะทางสังคม มาช่วยกันอย่างแข็งขันอยู่กลางแดด ทั้งขนทราย ตักนิล ส่งปูน เทปูน ทำอาหาร ส่งน้ำ อย่างเต็มที่เต็มใจ ไม่มีเกี่ยงว่าใครทำมากใครทำน้อย แม้ผู้เฒ่าผู้แก่ก็มานั่งพนมมือสวดมนต์กันในศาลา ร่วมอำนวยอวยชัยให้พระใหญ่สร้างสำเร็จ เป็นภาพที่ยังความปลาบปลื้มยินดีแก่สาธุชนผู้พบเห็นยิ่ง...

งานในหนึ่งวันจากเช้าจนดึก... (๑๐ – ๑๕ ชั่วโมง) พระใหญ่องค์นี้จะตั้งเด่นเป็นสง่าให้ผู้มีจิตศรัทธาในพระศาสนาเคารพกราบไหว้ต่อไปอีกกว่าร้อยหรือสองร้อยปี นับว่าคุ้มค่ากับหยาดเหงื่อแรงกายที่ทุ่มเทลงไปอย่างมาก ยังจะมีกิจกรรมดีดีอย่างนี้อีกในอนาคต ผมได้ทราบข่าวมาว่าเวลานี้ แม่พิมพ์พระองค์นี้ถูกนำไปยังภาคใต้แถบจังหวัดตรังและจะถูกนำไปจัดสร้างอีกหลาย ๆ วัดทั่วประเทศ...
เมื่อคุณได้อ่านบทความนี้แล้ว คุณเองก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานบำเพ็ญประโยชน์นี้ได้ ด้วยเพียงร่วมยินดีในการสร้างพระใหญ่ไปกับพวกเราด้วย พร้อมกับตั้งจิตให้สงบ ตั้งใจให้เป็นกุศล ร่วมอนุโมทนาบุญ (พร้อมยกมือพนมจรดหน้าผาก) แล้วเปล่งคำว่า ......สาธุ
ด้วยการ “ออกแรง” เพียงเท่านี้ จิตใดที่บริสุทธ์สงบสะอาด ปราศจากความเศร้าหมอง ขุ่นเคือง จิตใดที่พลอยยินดีในกุศลธรรมอันประกอบขึ้นโดยไม่เจือความโลภ,โกรธ,หลง บุญ ย่อมเกิดกับจิตที่เป็นมหากุศลดวงนั้น.



............................................

* บุญ น. ความดี, ความดีความงาม, (ปาก) กุศลที่เกื้อหนุนมาแต่อดีต เช่น เขาเป็นคนมีบุญ รากศัพท์ทำว่า บุญ มาจาก ภาษาบาลี – ปุญญ / สันสกฤต – ปุญย (พจนานุกรม ฉบับมติชน)
* บุญ เครื่องชำระสันดาน, ความดี, กุศล, ความสุข, ความประพฤติชอบทางกาย วาจาและใจ, กุศลธรรม (พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์)



*ปัจจุบัน ปี2552 แม่พิมพ์นี้ได้ถูกนำไปจัดสร้างพระพุทธรูปแล้ว 155 องค์ และยังคงจัดสร้างอยู่